ทักษะการสอนและเทคนิคการสอน

ทักษะการสอนและเทคนิคการสอน

ทักษะการสอน คือ บุคลิกภาพของผู้สอนที่แสดงออกมาท่าทางต่างๆและเป็นการพูดที่น่าสนใจน่าติดตามความสามารถในการสอน

เทคนิคการสอน  คือวิธีการต่างๆที่นำมาเสริมในการสอนหรือกระบวนการต่างๆในการสอน

การแบ่งทักษะการสอน                                                                                                                                                                                                                                                       การแบ่งทักษะการสอนนั้น มีแนวคิดที่แตกต่างกันหลายแบบ โดย ดีเวท ดับบลิว แอลเลน (Dewight W.Allen) ได้จำแนกแบ่งออกเป็น 18 ทักษะด้วยกัน คือ

1. การสร้างความสัมพันธ์

2. การว่างขอบข่ายเนื้อหา

3. การสรุปผลลัพธ์

4. มีพฤตอกรรมการเอาใจใส่ในตัวผู้เรียน

5. การหาข้อมูลย้อนกลับหรือผลย้อนกลับ

6. การเสริมกำลังใจ

7. การทบทวน และย้ำเตือน

8. การควบคุมการมีส่วนร่วมในการเรียนของนักเรียน

9. การอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ

10. การตั้งคำถาม

11. การใช้คำถามชั้นสูง

12. การใช้คำถามแบบชุด

13. การให้นักเรียนเงียบและการแนะนำโดยไม่ต้องใช้คำพูด

14. การกระตุ้นให้นักเรียนตั้งคำถามเอง

15. การสื่อความหมายที่สมบูรณ์

16. การแปรเปลี่ยนตัวกระตุ้น

17. การบรรยาย

18. การเจาะจงตัวผู้เรียนในการตอบคำถามนั้น ๆ

 

ความสำคัญของทักษะการสอน

เป็นการส่งเสริมความชำนาญ  คล่องแคล่ว ความมั่นใจในตนเองมากขึ้น  ในการสอนช่วยไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสอนเพราะถ้าผิดพลาดจะขาดความมั่นใจส่งผลต่อการสอน

1. เป็นการส่งเสริมผู้ที่เป็นครูผู้สอนให้มีทักษะในการสอน เพราะทักษะนับเป็นจุดมุ่งหมายหมวดหนึ่งของการศึกษา ซึ่งจะต้องฝึกควบคู่กับความรู้และเจตคติ

2. เป็นการส่งเสริมความชำนาญ คล่องแคล่ว หรือเชี่ยวชาญในด้านการปฏิบัติการสอน

3. ช่วยให้ผู้ฝึกเกิดความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สอนด้วย

4. ช่วยไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสอน เพราะถ้าผิดพลาดจะขาดความมั่นใจส่งผลเสียต่อการสอน

5. ช่วยให้งานสอนบรรลุตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยไม่เสียเวลา

6. ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และสามารถพัฒนางานสอนขึ้นอีก

7. ช่วยทำให้เกิดความชื่อชม ศรัทธาจากผู้เรียน เพราะผู้สอนสามารถสอนได้กระฉับกระเฉง และถูกต้อง

 

 

ทักษะการสอนพื้นฐาน 

ทักษะการสอนพื้นฐาน  คือความสามารถความชำนาญในการสอน  ทักษะจะไม่เกิดขึ้นได้เองถ้าไม่เกิดการฝึกฝน สอนควรจะได้มีการฝึกฝนเพื่อพื้นฐานในการสอนต่อไป

ทักษะการนำเข้าสู้บทเรียน

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการที่จะเรียนโยงประสบการณ์เดิมหรือบทเรียนเมื่อชั่วโมงที่แล้วเข้ากับบทเรียนใหม่  ทำให้บรรยากาศของการเรียนให้น่าสนใจทำให้อยากเรียนรู้กำหนดว่าวันนี้จะเรียนอะไร

การใช้ทักษะการนำเข้าสู้บทเรียน

ก่อนที่จะเริ่มทำการสอน  ก่อนที่จะตั้งคำถามก่อนที่จะให้นักเรียนอธิบาย

เทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียน

การใช้อุปกรณ์การสอน  ตัวอย่างเช่น  ของจริง  รูปภาพ แผนที่ แผนภูมิ  ให้นักเรียนลองทำกิจกรรมบางอย่างที่สัมพันธ์กับบทเรียน  เช่น ให้นักเรียนลองใส่อุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์สนทนาซักถามถึงเรื่องต่างๆเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนทบวนบทเรียนเดิมให้สัมพันธ์กับบทเรียนใหม่

1. ก่อนเริ่มบทเรียนที่จะสอน

2. ก่อนเริ่มการอธิบายและซักถาม

3. ก่อนจะตั้งคำถาม

4. ก่อนจะให้นัดเรียนอธิบาย

5. ก่อนจะให้นักเรียนดุภาพยนตร์

6. ก่อนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ

 

ทักษะการใช้กิริยา วาจา ท่าทางในการสอน

เป็นสิ่งสำคัญยิ่งของครูเพราะการที่นักเรียนจะเกิดความพอใจนั้นและการเข้าใจการเรียนฉะนั้นบุคลิกภาพของครูนั้นสำคัญอย่างหนึ่งของครู

เทคนิคการใช้วาจา กิริยา ท่าทางประกอบการสอน และบุคลิกภาพ

 

1. การเคลื่อนไหวและเปลี่ยนอิริยา

2. การใช้มือและแขน

3. การแสดงออกทางสีหน้า  สาย

4. การทรงตัว  การวางท่าทาง

5. การใช้น้ำเสียง

6. การแต่งกาย

 

การเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนอิริยาบถ

เริ่มแรกเข้าห้องเรียนควรเคลื่อนไหวหรือเดินให้เป็นธรรมชาติควรเดินให้ทั่วห้องเพื่อดูนักเรียนภายในห้องว่ากำลังทำอะไร

การใช้มือและแขน

เป็นการใช้ประกอบทิศทางในการพูด  จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักเรียนเพราะว่านักเรียนจะสนใจในสิ่งที่เคลื่อนไหว

การแสดงออกทางสีหน้า  สายตา

เป็นการสื่อความรู้สึกกับผู้เรียนให้เข้าใจความรู้สึกหรือเข้าใจในอารมณ์ขณะที่สอสนจะต้องแสดงความจริงใจออกมา

การทรงตัวและการวางท่าทาง

ควรวางท่าทางให้เหมาะสม  ไม่ดูเครียด  หรือเกรงเกินไปควรวางตัวให้เป็นธรรมชาติ

การใช้น้ำเสียง

เป็นการสื่อความหมายจากครูไปยังนักเรียน เสียงที่ชัดเจนเหมาะสมไม่ช้า  หรือเร็วเกินไปออกเสียงใช้ถ้อยคำที่ถูกต้องจะทำให้เด็กเชื่อมั่นและอยากที่จะเรียนกับครูอีกด้วย

 

การแต่งกาย

เป็นสิ่งสำคัญของครูในการเสริมบุคลิกภาพเพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียนครูควรแต่การให้เรียบร้อยเหมาะสม

ทักษะการอธิบาย

การอธิบายมีความจำเป็นสำหรับผู้สอน เพราะต้องเป็นการสื่อความระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนให้มีความเข้าใจถูกต้องตรงกัน เข้าใจสาระสำคัญได้ชัดเจนมากขึ้น การยกตัวอย่างประกอบการอธิบายเพื่อขยายสาระสำคัญให้กระจ่างขึ้นอาจทำได้ 2 ทาง

1. แบบนิรนัย คือ การอธิบายโดยบอกกฎ หรือหลักการ แล้วจึงยกตัวอย่าง ขยายกฎ หรือหลักการนั้นๆให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้น

 

2. แบบอุปนัย คือ เป็นการยกตัวอย่าง รายละเอียดย่อยๆ ที่เข้ากับความรู้และประสบการณ์ของนักเรียน ซึ่งเข้าใจง่าย และนำไปสู่การสรุปเป็นกฎ หรือเป็นหลักการภายหลัง

 

ลักษณะการอธิบาย

1. เวลาที่ใช้ในการอธิบายไม่นานเกินควร เวลาที่ใช้ทั้งหมดไม่เกิน 10 นาที

2. ภาษาที่ใช้ง่ายต่อความเข้าใจ รัดกุมไม่เย้นเย้อ

3. สื่อการสอน หรือตัวอย่างน่าสนใจ ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

4. คลอบคุมใจความสำคัญได้ครบถ้วน

5. การอธิบายเริ่มจากเรื่องที่เข้าใจง่ายไปหาเรื่องที่เข้าใจยาก

6. ท่าทางในการอธิบายน่าสนใจ

7. ใช้แนวคิด หรือถ้าเป็นการอธิบายของนักเรียนให้ใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนมาเป็นแนวทางในการอธิบายด้วยความเข้าใจ

8. มีการสรุปผลการอธิบายด้วย

 

 

 

ทักษะการเร้าความสนใจ

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะชวนให้การเรียนการสอนประสบผลดีเพราะจะช่วยให้ครูปรับวิธีการสอนและทำให้เด็กเกิดความสนใจในสิ่งที่จะเรียน

ประโยชน์ของการเร้าความสนใจ

 

1. ทำให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนบทเรียนนั้น

2. ทำให้เด็กมีความสนใจในบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ

3. ทำให้ครูมีความมั่นใจในการสอนเมื่อเด็กสนใจเรียน

 

ทักษะการใช้คำถาม

คำถามนับเป็นสิ่งสำคัญในการสอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการศึกษาในปัจจุบันเน้นให้เด็กคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น

ประเภทของคำถาม

1. คำถามที่ใช้ความคิดเป็นพื้นฐาน เป็นคำถามง่ายๆไม่ต้องใช้ความคิดลึกซึ้งอะไรมากนัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.1 คำถามที่จะได้คำตอบจากความรู้ที่เรียนมาแล้ว เพื่อทดสอบความจำ

1.1.1 คำถามที่ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่

1.1.2 คำถามที่ต้องการคำตอบเดียว หรือประโยคสั้นๆ

1.2 คำถามที่ผู้ตอบต้องอาศัยประสาทสัมผัสของตน จากการสังเกต และประสบการณ์

2. คำถามเพื่อคิดค้น เป็นคำถามที่ผู้ตอบจะต้องใช้ขั้นตอนของความคิดลึกซึ้งกว่าความคิดพื้นฐาน เช่น

2.1 ความเข้าใจ เป็นคำถามที่ผู้ตอบต้องใช้ความรู้เดิมมาแก้ไขปัญหาใหม่

2.2 การนำไปใช้ เป็นคำถามที่ผู้ตอบต้องอาศัยความคิดพื้นฐานและความเข้าใจ

2.3 การเปรียบเทียบ เป็นคำถามที่ต้องวิเคราะห์เรื่องราวว่าสิ่งไหนสำคัญ

2.4 เหตุผล เป็นคำถามที่ผู้ตอบต้องทราบความสัมพันธ์ของเรื่องราวว่าอะไรก่อน อะไรหลัง สาเหตุมาจากอะไร

2.5 สรุปหลักการ เป็นคำถามที่ผู้ตอบมีการวิเคราะห์สาเหตุ หรือความสำคัญของเรื่องราวนั้น แล้วรวมทั้งความสัมพันธ์ของเรื่องราว

3. คำถามที่ขยายความคิด เป็นคำถามที่ไม่ได้กำหนดแนวคำตอบ ได้แก่

3.1 การคาดคะเน เป็นคำถามเชิงสมมุติฐาน คาดการณ์ คำตอบเป็นไปหลายทาง

3.2 การวางแผน เป็นคำถามที่ผู้ตอบเสนอแนวคิด วางโครงการ

3.4 การประเมินค่า คำถามเพื่อให้เกิดการวินิฉัยตีค่าออกมาได้

 

 

 

เทคนิคการคำถาม

ต้องถามด้วยความมั่นใจ ถามอย่างกลบเกลื่อน ถามโดยภาษาที่พูดเข้าใจอย่าง การเลือกใช้คำถาม การเสริมกำลังใจ ใช้คำถามหลากหลายประเภท การใช้กริยาท่าทางที่เหมาะสม

1. ถามด้วยความมั่นใจ ผู้สอนต้องเตรียมคำถามไว้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ

2. ถามอย่างกลมกลืน กลมกลืนกับเนื้อหา กิจกรรมที่กำลังเรียนอยู่

3. ถามโดยใช้ภาษาที่พูดเข้าใจง่าย ใช้ภาษาให้เหมาะสมกับระดับผู้เรียน

4. การให้นักเรียนมีโอกาสตอบหลายคนในการสอน

5. การเลือกถาม ครูควรเลือกถามผู้เรียนบางคน เพื่อจุดประสงค์ของครู

6. การเสริมกำลังใจ หรือให้ผลย้อนกลับ

7. ใช้คำถามหลายๆประเภทในการสอนแต่ละครั้ง

8. การใช้กิริยา ท่าทาง เสียงในการประกอบการถาม

9. การใช้คำถามรุก คือ การใช้คำถามต่อเนื่องอีก เพื่อให้ผู้เรียนแสดงความรู้มากขึ้น

ทักษะการใช้อุปกรณ์การสอน

อุปกรณ์การสอน จะช่วยให้การเรียนรู้มีความหมายมากขึ้น เพราะอุปกรณ์การสอนจะเป็นจุดรวมความสนใจ สามารถเพิ่มความเป็นรูปธรรม และความเป็นจริงต่อการเรียนรู้ได้มากขึ้น อุปกรณ์การสอนจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิด มองเห็นความสัมพันธ์ของเรื่องราวหรือสิ่งที่จะเรียนรู้ได้มากขึ้น และสามารถจำเรื่องราวได้อย่างแม่นยำ

 

 

 

 

ประโยชน์ของอุปกรณ์การสอน

กระตุ้นให้ผู้เรียนผู้สอนเกิดความสนใจในการเรียนการสอนยิ่งขึ้นให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิด ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองทำให้ผู้เรียนสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้แม่นยำ

การเตรียมอุปกรณ์

1. ก่อนที่จะเตรียมอุปกรณ์การสอน ควรมีการวางแผนการสอน และอุปกรณ์ที่นำมาใช้

2. ควรมีการจัดทำอุปกรณ์การสอนที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

3. ควรมีการสำรวจอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้เสียก่อนว่ามีความพร้อมหรือไม่

4. ควรทดลองใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไว้เสียก่อนจะนำไปใช้จริง

5. สำรวจจัดเตรียมห้องเรียน สถานที่ก่อนที่จะทำการสอน

 

 

 

 

 

ข้อควรพิจารณาในการเลือกอุปกรณ์

1. เลือกอุปกรณ์การสอนที่เหมะสมกับระดับวัย

2. ควรเลือกอุปกรณ์ชนิดที่ปลอดภัยเท่านั้น

3. ขนาดอุปกรณ์ควรเหมาะสม

4. สีอุปกรณ์ที่ใช้ควรดึงดูดความสนใจของผู้เรียน

5. ควรเลือกอุปกรณ์ที่แปลกจากสิ่งที่ผู้เรียนเคยเห็นจำเจ

6. ไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ชำรุด หรือเก่าเกินไป

7. เลือกอุปกรณ์ในปริมาณที่พอเหมาะที่จะใช้ในการสอน

8. เลือกอุปกรณ์ที่สัมพันธ์กับบทเรียน

ทักษะและเทคนิคการใช้กระดานดำ

1. ครูควรทำความสะอาดกระดานดำทุกครั้งที่เข้าสอน และควรลบให้สะอาดให้เป็นนิสัย

2. ในการเขียนกระดานดำทุกครั้งไม่ควรเขียนทีเดียวทั้งแผ่น ควรแบ่งออก 3 ส่วน

3. ในการเขียนกระดานดำควรเขียนจากซ้ายมือไปขวามือ

4. ถ้ามีหัวข้อเรื่อง ควรเขียนไว้ตรงกลางกระดานดำที่เราแบ่งไว้

5. ขณะเขียนต้องยืนห่างกระดานดำพอประมาณ แขนเหยียดตรง จับชอล์กทำมุม 45 องศา

6. ในการเขียนตัวหนังสือ ต้องให้เป็นเส้นตรงไม่คดเคี้ยว

7. ถ้าต้องการอธิบายข้อความบนกระดาน ไม่ควรยืนบัง ควรใช่ไม้ชี้

8. ถ้ามีข้อความสำคัญควรใช้ชอล์กขีดเส้นใต้

9. ควรใช้ชอล์กสี เมื่อต้องการเน้นข้อความใดโดยเฉพาะ

10. เขียนคำตอบของผู้เรียนลงบนกระดานดำ เพื่อเป็นการเสริมกำลังใจ

11. การใช้เครื่องมือในการเขียนรูปทรง ผู้สอนควรเตรียมเครื่องให้พร้อม

12. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการใช้กระดานดำ

13. ถ้าขึ้นเรื่องใหม่ควรลบของเก่าให้หมดเสียก่อน

14. การลบกระดานดำ โดยลบจากบนลงล่าง และลบไปในทางเดียวกัน

 

 

ทักษะการเสริมกำลังใจ

การเสริมกำลังใจ หมายถึง การให้กำลังแก่ผู้เรียน เช่น การให้คำชมเชย หรือ แสดงพฤติกรรมที่ปรารถนาดีแก่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีในการเรียนและมีความเชื่อมั่นในตนเอง

ประเภทของการเสริมกำลังใจ

–                   การเสริมกำลังใจที่เกิดขึ้นจากความต้องการภายในของผู้เรียน

–                   การเสริมกำลังใจภายนอก เป็นการเสริมกำลังใจที่ปรากฏความรู้พฤติกรรมที่ถูกต้อง

เทคนิคการเสริมกำลังใจ

  1. เสริมกำลังใจในจังหวะที่เหมาะสม
  2. เสริมกำลังใจย้อนหลัง
  3. ไม่พูดเกินความจริง
  4. ไม่ใช่คำพูดที่จำกัดในวงแคบ
  5. ไม่ควรเสริมกำลังใจบ่อยเกินไป
  6. ใช้วิธีเสริมกำลังต่างๆกัน
  7. การเสริมกำลังใจควรเป็นไปในทางบวก
  8. การเสริมกำลังใจไม่ควรมาจากครูเพียงอย่างเดียว
  9. เสริมกำลังใจโดยใช้คำพูดที่เหมาะสมกับวัย
  10. หาวิธีเสริมกำลังใจให้เหมาะสมกับโอกาส

ทักษะการสรุปบทเรียน

การสรุปบทเรียนเป็นการที่ผู้สอนพยายามให้นักเรียนศึกษารวบรวมความคิดความเข้าใจของตนเองจากการศึกษาที่ผ่านมาได้สาระสำคัญหลักเกณฑ์ข้อเท็จจริงและหลักการ

 

 

รูปแบบของการสรุปบทเรียน

 

1. การสรุปด้านเนื้อหาสาระ คือ การเชื่อมโยงความรู้ หรือเนื้อหาสาระที่สำคัญเข้าด้วยกัน

2. การสรุปด้านความคิด คือ การทำให้เห็นแนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้

เทคนิคการสรุปบทเรียน

1. สรุปโดยการอธิบายสั้นๆชัดเจน ทบทวนสาระที่เรียนมา

2. สรุปโดยการใช้อุปกรณ์ หรือรูปภาพประกอบ

3. สรุปโดยการสนทนาซักถาม

4. สรุปโดยการสร้างสถานการณ์

5. สรุปโดยนิทาน หรือการยกสุภาษิต

6. สรุปโดยการปฏิบัติ

ทักษะที่ได้แสดงไว้ข้างต้นเป็นทักษะที่ผู้สอนควรได้มีการฝึกเป็นพื้นฐานก่อน เพื่อให้เกิดความคล่อง ความชำนาญ เมื่อผู้สอนฝึกจนเกิดทักษะดีแล้วในขณะที่ทำการเรียนการสอนก็จะเกิดความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 


  1. มีเทคนิคการสรุปบทเรียนอย่างไร ด้วยวิธีใดบ้างครับ

  2. ครับอาจารย์

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: